StayEngine ชี้ AI กำลังเปลี่ยน Customer Journey ของนักท่องเที่ยว พร้อมเผย 5 เทรนด์ธุรกิจที่พักไทย
StayEngine เผยบทวิเคราะห์แนวโน้มอุตสาหกรรมที่พักไทย ชี้การเติบโตของ AI กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมการค้นหาและจองที่พัก ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับ Direct Booking การเป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้า และการพัฒนาเว็บไซต์ให้พร้อมสำหรับยุค AI Search เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
นนทบุรี, ประเทศไทย – กรกฎาคม 2569 — การเติบโตของ Generative AI กำลังเปลี่ยนจุดเริ่มต้นของการค้นหาที่พัก จากเดิมที่นักท่องเที่ยวมักค้นหาผ่าน Search Engine หรือแพลตฟอร์ม Online Travel Agency (OTA) สู่การใช้ผู้ช่วย AI เพื่อค้นหา เปรียบเทียบ และขอคำแนะนำที่ตรงกับความต้องการมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการที่พักต้องให้ความสำคัญกับการเป็นเจ้าของช่องทางการขาย ข้อมูลลูกค้า และประสบการณ์การจองผ่านเว็บไซต์ของตนเองมากขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับยุคที่ AI จะเข้ามามีบทบาทในทุกขั้นตอนของการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว
StayEngine ผู้พัฒนาระบบ Property Management System (PMS) และ Direct Booking Engine สำหรับโรงแรม วิลล่า และที่พักขนาดเล็กของไทย มองว่า การแข่งขันในอนาคตจะไม่ได้วัดกันเพียงการมีที่พักอยู่บนแพลตฟอร์ม OTA แต่จะอยู่ที่ความสามารถในการสร้างช่องทางการจองตรง ควบคู่กับการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ
จากแนวโน้มดังกล่าว StayEngine ได้สรุป 5 ประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการควรจับตา ดังนี้
1. AI กำลังเปลี่ยนวิธีที่นักท่องเที่ยวค้นหาและเลือกที่พัก
AI กำลังเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการวางแผนเดินทาง นักท่องเที่ยวสามารถใช้ผู้ช่วย AI เพื่อค้นหาที่พัก เปรียบเทียบตัวเลือก และขอคำแนะนำที่เหมาะกับงบประมาณหรือรูปแบบการเดินทางได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ประกอบการ นั่นหมายความว่าเว็บไซต์ที่มีข้อมูลครบถ้วน น่าเชื่อถือ และอัปเดตอยู่เสมอ จะมีโอกาสถูกค้นพบและถูกนำเสนอในคำตอบของ AI มากขึ้น
2. เว็บไซต์ของที่พักกำลังเปลี่ยนจาก “เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์” สู่ “ช่องทางสร้างรายได้”
เว็บไซต์ไม่ควรเป็นเพียงหน้ารวมข้อมูล รูปภาพ หรือช่องทางติดต่ออีกต่อไป แต่ควรสามารถรองรับการรับจอง การรับชำระเงิน และการสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างครบวงจร เพื่อเปลี่ยนผู้เข้าชมเว็บไซต์ให้กลายเป็นผู้เข้าพักโดยตรง
การมีช่องทางรับจองของตนเองยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง และลดการพึ่งพาช่องทางใดช่องทางหนึ่งมากเกินไป
3. ข้อมูลลูกค้าจะกลายเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่ามากขึ้น
เมื่อธุรกิจสามารถเก็บข้อมูลการจองและประวัติของลูกค้าได้ด้วยตนเอง ก็จะสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้พัฒนาประสบการณ์ของผู้เข้าพัก สร้างการตลาดที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย และเพิ่มโอกาสในการกลับมาใช้บริการซ้ำได้ในอนาคต
4. ระบบที่เชื่อมต่อกันจะช่วยลดภาระการดำเนินงาน
การบริหารการจอง การรับชำระเงิน ปฏิทินห้องพัก และการสื่อสารผ่านหลายระบบแยกจากกัน ทำให้เกิดขั้นตอนซ้ำซ้อนและเพิ่มโอกาสเกิดข้อผิดพลาด ผู้ประกอบการจึงเริ่มมองหาระบบที่สามารถเชื่อมโยงกระบวนการทั้งหมดไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารธุรกิจ
5. ธุรกิจที่พร้อมสำหรับ AI จะได้เปรียบในระยะยาว
AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยสร้างเนื้อหา แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการค้นหาข้อมูล การวิเคราะห์ และการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการที่เตรียมเว็บไซต์ ข้อมูล และกระบวนการทำงานให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้ จะมีโอกาสสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว
“AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่ OTA หรือเว็บไซต์ของที่พัก แต่กำลังเปลี่ยนวิธีที่นักท่องเที่ยวค้นหาและตัดสินใจเลือกที่พัก ผู้ประกอบการจึงควรให้ความสำคัญกับการสร้างช่องทางการจองของตนเอง ควบคู่กับการพัฒนาเว็บไซต์และข้อมูลให้พร้อมสำหรับโลกที่ AI มีบทบาทมากขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้คือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ธุรกิจสามารถเป็นเจ้าของและต่อยอดได้ในระยะยาว” ทีมงาน StayEngine กล่าว
StayEngine ระบุว่า บริษัทกำลังพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อสนับสนุนแนวโน้มดังกล่าว ผ่านระบบรับจองตรง (Direct Booking Engine) ระบบบริหารจัดการที่พัก (PMS) การรับชำระเงินผ่าน PromptPay QR และ Stripe ตลอดจนระบบแจ้งเตือนผ่าน LINE แบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารธุรกิจได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนพัฒนาเครื่องมือเพิ่มเติม อาทิ ระบบรายงานธุรกิจ การเชื่อมต่อปฏิทิน iCal การรองรับผู้ดูแลหลายคน และฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจที่พักไทยในอนาคต
ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES