สมาพันธ์ SME ไทยเปิด 9 ภารกิจใหญ่ปี 2026 ดึง Agentic AI จาก Alibaba พลิกธุรกิจฐานราก

สมาพันธ์ SME ไทยเปิด 9 ภารกิจใหญ่ปี 2026 ดึง Agentic AI จาก Alibaba พลิกธุรกิจฐานราก

สมาพันธ์ SME ไทยประกาศแผนปฏิบัติการครั้งสำคัญในปี 2569 ด้วยการเปิดตัว 9 ภารกิจใหญ่ที่มุ่งยกระดับธุรกิจฐานรากทั่วประเทศ โดยไฮไลต์อยู่ที่การจับมือกับ Alibaba นำเทคโนโลยี Agentic AI เข้ามาใช้ในการปรับเปลี่ยนและยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการ MSME อย่างเป็นรูปธรรม

9 ภารกิจใหญ่: แผนที่นำทาง SME ไทย

แผนปฏิบัติการทั้ง 9 ภารกิจครอบคลุมมิติสำคัญตั้งแต่การนำ AI และแพลตฟอร์มดิจิทัลมาใช้ การสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ไปจนถึงการยกระดับทักษะแรงงานและการเข้าถึงแหล่งทุน เป้าหมายหลักคือการเปลี่ยน SME ไทยจาก “ผู้ตาม” ให้กลายเป็น “ผู้นำ” ในห่วงโซ่คุณค่าใหม่ของเศรษฐกิจดิจิทัล

Agentic AI: ก้าวกระโดดที่แท้จริง

การนำ Agentic AI ซึ่งเป็นระบบ AI ที่สามารถตัดสินใจและดำเนินการได้เองมาใช้ ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่แตกต่างจากการใช้ AI แบบเดิม ผู้ประกอบการสามารถใช้เครื่องมือนี้ในการจัดการสต๊อก วิเคราะห์ตลาด และปรับกลยุทธ์การขายได้แบบเรียลไทม์ ช่วยลดภาระด้านการบริหารจัดการและเปิดโอกาสให้เจ้าของธุรกิจหันไปโฟกัสการเติบโตแทน

จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง 3 ประการ

สสว. ระบุว่า SME ไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างที่สำคัญจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การเข้าสู่สังคมอายุยืนที่เปลี่ยนโครงสร้างแรงงานและพฤติกรรมผู้บริโภค ปัญหาผลิตภาพที่ยังต่ำเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง และความท้าทายในการสร้างมูลค่าเพิ่มในโลกที่ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อจากคุณค่าและประสบการณ์มากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว

84% เป็น MSME รายย่อย

จากจำนวน SME ทั้งหมด 3.3 ล้านราย มีผู้ประกอบการกว่า 84% เป็นธุรกิจรายย่อย MSME ที่สร้างการจ้างงานมากกว่า 13.6 ล้านคน และเป็นฐานสำคัญของภาคบริการ การค้า และการผลิตของประเทศ กลุ่มนี้จึงเป็นเป้าหมายหลักที่ต้องได้รับการยกระดับโดยเร่งด่วน

ทางรอดที่ต้องเริ่มจากข้อมูลและสภาพคล่อง

ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า SME ที่จะอยู่รอดในปี 2569 ต้องมี 3 คุณลักษณะ ได้แก่ Stay Hungry มองหาโอกาสใหม่เสมอ Stay Foolish พร้อมเรียนรู้และปรับตัวตลอดเวลา และ Don’t Be Shy กล้าเข้าถึงมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ ขณะที่ข้อมูลและสภาพคล่องทางการเงินกำลังกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดความอยู่รอดมากกว่ายอดขาย